Monthly Archives: กันยายน 2012

หนูอยากเป็น…??




มาดูกันดูดีกว่าว่าอยากเป็นอะไร มีอาชีพไหนที่หนูจะตาลุกวาว อยากลองพาตัวเองเข้าไปลิ้มลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมจะทะยานไปสู่ความสำเร็จในอาชีพกันแล้วหรือยังจ๊ะ?

  1. นักสื่อสารและงานผูกมิตร

    หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นงานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ อาชีพนี้ยังคงติดอันดับหนึ่งในสิบของวิชาชีพที่คนรุ่นใหม่ใฝ่ฝันอยากเป็น ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว นักเขียน หรือนักประชาสัมพันธ์ ล้วนเป็นอาชีพที่ต้องทำงานด้านข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเพื่อกระจายไปสู่คนหมู่มากงานเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน เรียกว่าไม่ซ้ำซากจำเจกับงานรูปแบบเดิมๆ เหมือนทุกวัน เราจึงไม่แปลกใจที่งานด้านสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ต่างเป็นที่หมาย ปองของคนทั่วไป ชนิดที่ว่าเปิดรับสมัครเมื่อไหร่เป็นเต็มทันใจทุกทีค่ะ

  2. หัวใจบริการคืองานของเรา

    แม้ว่าทุกวันนี้งานบริการบนฟ้าอย่างการเป็นแอร์โฮสเตสและสจ๊วตยังคงมีหนุ่ม สาวรุ่นใหม่ส่งใบสมัครกันไม่ขาดสาย แต่งานบริการก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ งานรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะงานบริการด้านอาหาร อย่างการจัด Catering งานจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มลูกค้าเอเยนซี่โฆษณา ออร์แกไนเซอร์ ไปจนถึงงานเลี้ยงส่วนตัว เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่งานบริการรูปแบบนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สนุก และท้าทาย ยิ่งเรื่องของอาหารด้วยแล้ว หากคุณมีความรู้ และรู้จักที่จะดัดแปลงให้แปลกตา น่ามอง และน่าชิม รับรองว่า งานบริการอย่าง Catering จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับคุณเลยทีเดียวค่ะ

  3. นักกิจกรรม สร้างสรรค์งานเก๋

    นักจัดอีเวนท์ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคนยุคนี้ ทั้งในรูปแบบของบริษัทออร์แกไนเซอร์ รับจ้างจัดงานเปิดตัวสินค้า สถานที่ต่างๆ หรือจะเป็นในลักษณะของฟรีแลนซ์ รับวางแผนงานสร้างสรรค์ไอเดีย เก๋ๆ ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมงาน และความพร้อมต่างๆ จนกระทั่งนับถอยหลัง 5 4 3 2 1 กันเลย และรูปแบบการจัดงานก็มีหลากหลาย ตั้งแต่งานการตลาดไปจนถึงงานวิวาห์ และปาร์ตี้วันเกิด รูปแบบของงานประเภทนี้จึงเน้นไปในเรื่องของความคิดที่แปลกใหม่ และการทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลาและความทันสมัย ใครรู้ตัวว่ามีไอเดียกระฉูด และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ลองพิจารณาสาขาอาชีพนี้ดูหน่อยดีมั้ยคะ

  4. เนรมิตงานสวย ผ่านการดีไซน์

    ใครรู้ตัวว่าเป็นคนช่างดีไซน์ รู้จักดัดแปลง สร้างสรรค์สิ่งของธรรมดาให้เป็นงานสวย ฝีมือดีได้ การมีอาชีพเป็นนักออกแบบถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเฉพาะงานออกแบบอัญมณี เครื่องประดับทั้งหลายที่เป็นของสวยงาม จัดได้ว่าเป็นความฝันอย่างหนึ่งของสาวๆ เลยก็ว่าได้ สำหรับอาชีพนักออกแบบ นอกจากต้องมีคุณสมบัติสร้างสรรค์งานได้เป็นอย่างดีแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือต้องมีความอดทน และมีสไตล์ของตัวเองที่ชัดเจน สิ่งนี้จะทำให้งานออกแบบของคุณมีความแตกต่างจากท้องตลาดในปัจจุบันค่ะ

  5. งานไอที เพื่อชีวิตทันสมัย

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนใจไอที คงต้องบอกว่าเอาต์สุดๆ ในพ.ศ.นี้กันเลย แต่ถ้าคุณสนใจถึงขนาดที่ว่านำความรู้เหล่านั้นมาประกอบเป็นอาชีพได้ละก็ คุณก็โชคดีไม่น้อยทีเดียว เพราะยุคนี้ทุกสิ่งรอบตัวต่างดำเนินไปด้วยระบบดิจิตอลไปเสียหมด ดังนั้น อาชีพอย่างการเป็นโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ นักจัดการวางแผนงานด้านคอมพิวเตอร์ เหล่านี้จึงเป็นหนทางที่จะสร้างรายได้ที่ดีให้กับคุณ แถมยังดูอินเทรนด์เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่น่าจับตามองอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครรู้ตัวว่ามีหัวด้านไอทีก็อย่ารีรอ เร่งหาความรู้เพิ่มเติมแล้วร่อนใบสมัครอัพเกรดชีวิตด่วน

  6. ช่างพูดช่างคุย ลุยงานการตลาด

    อาชีพนักขายและนักการตลาด ยังคงเป็นอาชีพฮอตฮิตในใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เสมอ เพราะนอกจากรายได้ที่ดีเสียจนใครๆ ต้องอิจฉา เรื่องของลักษณะงานยังน่าสนใจไม่น้อย เรียกว่าสนุก เร้าใจ ยิ่งใครชอบการทำงานภายใต้ความกดดันจากคู่แข่ง งานนี้เหมาะกับคุณเลยค่ะ
    บุคลิกภาพที่โดดเด่นของคนทำงานด้านนี้ต้องเป็นคนที่หน้าตาดี เรียกว่าเห็นแล้วต้องน่าคุยด้วย มีความฉลาด ไหวพริบเป็นเลิศ ช่างเจรจา และยังต้องทำงานอย่างหนัก ขยันในการติดต่อประสานงาน เหล่านี้คือการทำงานอย่างหนัก แต่ก็แลกมาด้วยรายได้ที่งดงามเสมอ เอาเป็นว่า คุณสมบัติที่ว่ามา หากตรงกับคุณมากกว่า 2 อย่างก็ลองเบนเข็มชีวิตมาลิ้มลองงานขายดูสักหน่อยก็ไม่เลวนะคะ

  7. งานโฆษณา ลูกบ้าเต็มเหนี่ยว

    การเป็นนักโฆษณาที่ดีและจะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยความกล้า บ้าบิ่น โดยเฉพาะความบ้าทางด้านความคิด อย่างที่ใครๆ มักบอกให้คิดต่าง หรือคิดในมุมกลับกัน คนในแวดวงโฆษณามักมียีนชนิดนี้แฝงอยู่เสมอ เด็กจบใหม่จำนวนมากใฝ่ฝันอยากทำงานด้านนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่าความคิดต่างๆ ที่พวกเขาไม่ได้รับการยอมรับก่อนหน้านี้ สังคมอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาบ้าง และเชื่อมั้ยคะว่า … นักโฆษณาหลายคนต่างต่อยอดให้ตัวเองจนกลายเป็นผู้กำกับดังมาแล้วหลายคน เพราะฉะนั้นถ้าเชื่อในลูกบ้าของตัวเองว่ามีเพียงพอแล้วละก็ ลองหันมามองอาชีพที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างนักโฆษณา แล้วคุณจะรู้ว่า อิสระทางความคิดสนุกแค่ไหน

  8. เป็นนายตัวเอง เวิร์กสุดๆ

    ใครจะเถียงบ้างว่า ไม่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เราเชื่อว่า ความฝันลึกๆ ในใจทุกคนคือการได้ทำงานให้ตัวเอง เพื่อตัวเองจริงๆ ปัจจุบันเราจึงเห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุ ยังน้อยๆ หลายคนโอกาสดีเพราะฐานะทางการเงินเอื้ออำนวย แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาศัยความกล้าได้กล้าเสีย ยอมลงทุนเงินก้อนที่เก็บหอมรอมริบมานาน เพื่อให้ธุรกิจที่รักเริ่มต้นขึ้นได้ คุณสมบัติใหญ่ของคนที่อยากทำอาชีพนี้ให้สำเร็จคือต้องมีความรู้ในสิ่งที่ตัว เองทำให้มากที่สุด และที่ขาดไม่ได้เลยคือความขยัน อดทนมากกว่าการเป็นลูกน้องคนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การทำอาชีพเป็นเจ้านายตัวเองก็ได้รับความนิยมและมีคนจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยง เอาเงินเก็บทั้งชีวิตที่มี เพื่ออาชีพที่เรียกกันว่า ‘เจ้าของธุรกิจส่วนตัว

  9. เก่งเฉพาะด้าน งานรายได้ดี

    ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นชื่อเรียกสำหรับอาชีพที่คนทั่วไปจะมาร่อนใบสมัครกันง่ายๆ ไม่ได้นะคะ อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือคุณต้องเรียนวิชาชีพเหล่า นี้มาโดยตรงและมีความรู้ เป็นอย่างดีเสียก่อน จึงจะสามารถ ทำงานได้ เพราะงานประเภทนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เช่น แพทย์ พยาบาล ทนายความ วิศวกร นักบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ คุณต้องรับผิดชอบชีวิตและความปลอดภัยของคน เพราะฉะนั้นอาชีพนี้แม้จะรายได้ดี (ตลอดกาล) แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอาชีพอื่นเช่นกัน คนส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านนี้มักจะมีความชัดเจนมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เพราะการเรียนในระดับปริญญาจะต้องมีการปูพื้นความรู้อย่างเต็มที่เสียก่อน และถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วอยากจะทำอาชีพเหล่านี้ดูบ้าง คงต้องบอกว่าสายไปเสียแล้วค่ะ แต่เอาเป็นว่า อาชีพเชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบนี้ มักจะไม่เคยตกอันดับ 10 อาชีพสุดฮอตตลอดกาลของคนบนโลกใบนี้แน่นอนค่ะ

  10. ฟรีแลนซ์ รูปแบบชีวิตอิสระ

    ขาดไม่ได้แน่นอนกับอาชีพที่อินเทรนด์สุดๆ ของคนยุคปัจจุบัน กับการทำงานแบบอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร งานที่ต้องรับจ้างเป็นชิ้นๆ หรือที่เรียกกันถนัดปากว่า ฟรีแลนซ์ แรกๆ เราจะรู้จักอาชีพนี้จากคนทำงานในแวดวงแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผม, เมกอัพอาร์ติสท์, ช่างภาพ และไม่นานกลุ่ม นักเขียนที่รับจ้างเขียนงานให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็มีจำนวนมาขึ้น จนกระทั่งฟรีแลนซ์ได้ แพร่กระจายไปสู่ทุกกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็น สถาปนิก, นักออกแบบ, ประชาสัมพันธ์, นักโฆษณา, ขายสินค้าบนเว็บไซต์ แม้กระทั่งนักพยากรณ์ ฟรีแลนซ์จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคนในสังคมไทยตอน นี้แม้รายได้ของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง แต่อิสระจากการทำงาน และชีวิตที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ถือเป็นความสุขที่มากเกินพอสำหรับคนอาชีพนี้ค่ะ

    ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เคล็ดลับ 13 ประการ เพื่อ การเรียน อย่างมี ประสิทธิภาพ


เคล็ดลับ 13 ประการ เพื่อ การเรียน อย่างมี ประสิทธิภาพ
วางแผนสำหรับเปิดเทอมใหม่ เพื่อเป้าหมายดีๆ ในอนาคต เริ่มตอนนี้ไม่มีวันสายเกินไปแน่นอนจ้า

1. รับผิดชอบ
– รับผิดชอบตนเอง ไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เป็นผู้ชนะจากความสามารถของตน

2. เริ่มต้นดี
  – ช่วงเดือนแรกในรั้วมหาวิทยาลัย ถือเป็นช่วงวิกฤตของน้องใหม่ หากเริ่มต้นดี ความสำเร็วจะไม่อยู่ไกลเกินเอื้อม

3. กำหนดเป้าหมายในการเรียนอย่างแน่วแน่
  – กำหนดเป้าหมายในการเรียนให้ชัดเจน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และทุ่มเทความพยายามให้บรรลุเป้าหมายนั้น

4. วางแผน และจัดการ
– มีการวางแผน จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่ต้องทำ หากทำตารางเวลาเป็นรายสัปดาห์ได้ยิ่งดี

5. มีวินัยต่อตนเอง
  – เมื่อกำหนดเป้าหมาย วางแผน และจัดการ ตามข้อ 4 และ 5 แล้วต้องสัญญากับตนเองอย่างแน่วแน่ที่จะมีวินัย และปฏิบัติตาม

6. อย่าล้าสมัย
– วิทยาการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การค้นคว้าหาความรู้ ต้องอิงกับข้อมูลที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์

7. ฝึกฝนตนเองให้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ศึกษาข้อเสนอแนะในคู่มือเล่มนี้ และฝึกทักษะการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ติดตัวตลอดไป

8. เตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ชั้นเรียน
– เตรียมตัวเป็นผู้ใฝ่หาความรู้อย่างแข็งขัน หากเป็นไปได้เตรียมอ่านเอกสารที่จะเรียนมาก่อนเข้าห้องเรียน

9. มุ่งมั้น จดจ่อต่อบทเรียน
– มีสมาธิ สนใจ ตั้งใจ เวลาอาจารย์สอน ไม่เข้าเรียนเพื่อพูดคุยกัน ซังกะตาม รอเวลาเลิกชั้น

10. เป็นตัวของตัวเอง
– รู้จักคิดและทำ ด้วยความสามารถของตนเองคิดเสมอว่าเราเป็นผู้หนึ่งที่มีศักยภาพสูง

 11. มีความกระตือรือล้น
– ความสำเร็จเป็นของผู้ที่มีความริเริ่ม เป็นฝ่ายรุกที่จะมุ่งหน้า และคว้าความสำเร็จเป็นของตน

12. มีสุขภาพดี
– อย่าลืมใส่ใจต่อสุขภาพร่างกาย กิจกรรมนันทนาการ และกิจกรรมสังคม วางแผนจัดเวลาต่อสิ่งเหล่านี้ให้พอเหมาะ

13. เรียนอย่างมีความสุข
– พยายามเก็บเกี่ยวความน่าสนใจในบทเรียน คิดเสมอว่าทุกวิชาน่าเรียนรู้ น่าสนุกทั้งนั้น แล้วท่านจะพบว่า เราก็เรียนอย่างมีความสุขได้

 

เทคนิคการอ่านหนังสือยังไงน่ะให้จำง่ายๆ


ข้อที่ 1. น้องๆต้องใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก่อนเลยล่ะ ดูซิ!!!ว่าวิชาไหนน่ะที่เราต้องสอบเป็นอันดับแรกๆ หยิบวิชานั้นขึ้นมาก่อนเลย เตรียมไว้นะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาที่จะสอบ ชีท เอกสารต่างๆ หรือแนวข้อสอบ(อันนี้สำคัญนะค่ะ หาให้เจอล่ะ) ค้นเลยๆ ทุกวิชานะค่ะ

ข้อที่ 2.แยกหมวดหมู่แต่ละวิชา ก่อน-หลัง แล้วหาที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยล่ะ

1ข้อที่ 3.เตรียม ดินสอ/ปากกา สมุด และปากกาเน้นข้อความไว้ด้วยนะ

ข้อที่ 5.เริ่มอ่านวิชาที่จะต้องสอบก่อนเป็นวิชาแรกเลยค่ะ ตรงนี้แหละสำคัญมาก น้องๆอย่าอ่านๆๆๆๆๆแล้วก็อ่านเพื่อให้จบ แบบผ่านๆนะค่ะ ต่อให้น้องๆอ่านสัก 10 รอบแล้วบอกคนอื่นๆว่า “ก็เค้าอ่านเป็นสิบๆรอบแล้วอ่ะ แต่ทำไมทำข้อสอบไม่ได้เลยน่ะ?”  อ่ะๆๆๆ!!! อ่านสัก 100 รอบก็ไม่ช่วยอะไรหรอกเจ้าค่ะ อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจไปด้วย ตรงไหนที่คิดว่าสำคัญๆ น้องๆก็เน้นตรงจุดนั้นไว้ อาจจะใช้วิธีการจดบันทึกไว้ หรือ เน้นข้อความด้วยปากกาสีต่างๆก็ได้ค่ะ เพื่อว่าจะได้กลับมาอ่านอีกครั้ง

 

1ข้อที่ 6.นั้นงัยๆๆๆพี่บอกไปตะกี้เองนะค่ะว่าอย่าอ่านแบบผ่านๆ ดูสิ!!!น้องๆลองกลับไปอ่านข้อ 3 ใหม่สิค่ะ แล้วดูซิว่าที่ต่อจากข้อ 3 นะเป็นข้อที่เท่าไหร่ ข้อที่ 4หายไปๆๆๆๆ ส่วนน้องๆคนไหนสังเกตเห็นก่อนที่พี่เฉลย น้องก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการอ่านหนังสือแล้วละค่ะ เก่งมากๆเลย ส่วนน้องๆคนไหนที่ไม่ทันได้สังเกต ก็เอาจุดนี้เนี่ยแหละค่ะไปลองปรับใช้กับการอ่านหนังสือดูตามที่พี่บอกไว้ในข้อที่ 5 นะค่ะ

 

1ข้อที่ 7.อ่ะ ต่อๆๆ การไม่ปล่อยให้ท้องว่างก็เป็นสิ่งสำคัญนะค่ะ ถ้าน้องๆอ่านๆๆๆหนังสืออย่างเดียวจนลืมทานข้าวแล้วละก็ นอกจากน้องๆ จะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว อาจจะทำให้ป่วย และทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ด้วยนะจ๊ะ สำคัญเลย ต้องหาอะไรทานเมื่อท้องว่างด้วยน้า…อย่าทรมาณตัวเองละ

 

1ข้อที่ 8.ในการอ่านหนังสือ น้องๆควรเลือกเวลาที่รู้สึกว่าสมองเราพร้อมจะทำงานด้วยนะจ๊ะ แล้วเมื่อน้องๆรู้สึกว่าเริ่มอ่านไม่ไหวแล้วล่ะ อ่านนานมากไปทำให้ปวดตา ปวดหัว ให้น้องๆพักก่อน อาจจะหาอย่างอื่นทำ เช่นพักสายตาโดยการหาเพลงเพราะๆฟัง(อ่ะๆๆๆเลือเพลงที่ฟังแล้วจรรโลงใจด้วยละ ถ้าฟังเพลงที่หนักไป อาจทำให้ยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม ไม่รู้ด้วยนะเจ้าค่ะ) จะดูทีวี เล่นเกม หรือกิจกรรมอื่นๆที่ทำแล้วผ่อนคลายก็หามาลองทำกันดูนะเจ้าค่ะ แต่ๆๆๆๆแล้วก็แต่…อย่าพักจนเพลินละ เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายผ่อนคลายเพียงพอแล้วก็กลับเข้าสู่โหมดการอ่านหนังสือต่อเลยยย (เอาน่าๆทนเอาหน่อยนะเจ้าค่ะ สอบไม่ได้มีมาบ่อยๆ ตั้งใจให้สุดๆไปเลย)

ข้อที่ 9.นั้นแน่ๆ พี่รู้นะว่าน้องๆเริ่มใส่ใจในรายละเอียดในการอ่านกันบ้างแล้ว คงคิดใช่มั้ยละ ว่าพี่จะแกล้งทำให้ข้อไหนหายไปอีกน่ะ!!! ดีแล้วค่ะถ้าน้องๆคิดแบบนี้นะ เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย ให้เป็นคนรอบคอบ ดีค่ะๆ อ่ะต่อๆ

 

1ข้อที่ 10.อ้า….อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ!!!ทำไงดีๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆเกือบทุกคนละค่ะ ที่สำคัญเลย อย่าตื่นเต้นจนรนล่ะ ตั้งสตินะค่ะตรงนี้สำคัญมากๆเลย ให้น้องๆหยุดอ่านหนังสือต่อสักพักนึง แล้วดูซิว่า…พรุ่งนี้เราสอบวิชาอะไรบ้าง แล้วหยิบวิชาที่สอบเป็นวิชาแรกมาอ่านทบทวนก่อนเลย แล้วก็ทบทวนวิชาอื่นๆต่อไป (ตรงถ้าคิดว่ากลัวอ่านไม่ทันรอบทบทวนให้น้องๆอ่านในส่วนที่เน้น ที่สำคัญๆเอาไว้ก่อนเลย จำได้มั้ยเอ๋ยว่าในการอ่านรอบแรกพี่ให้น้องๆจดบันทึกที่สำคัญๆไว้ที่คิดว่าน่าจะออก หรือส่วนที่มันยาก จำไม่ได้ก็นำมาอ่านก่อนเลย ตรงส่วนไหนที่น้องๆจำได้ หรือเข้าใจก็เปิดผ่านๆเลยค่ะ ตอนนี้เราต้องทำเวลาแหละน่ะ)

 

1ข้อที่ 11.เอาละ…อ่านหนังสือสอบก็ต้องฟิสหน่อย น้องๆบางคนอาจจะอ่านหนังสือเร็วและเข้าใจง่ายทำให้การอ่านหนังสือไม่ค่อยมีปัญหาเลยก็ดีไป ส่วนน้องคนไหนเป็นคนที่อ่านหนังสือช้าก็ต้องขยันกว่าคนอื่นๆหน่อยแล้ว อาจจะทำให้อ่านหนังสือไม่ทัน ทำให้ต้องนอนดึกหน่อย ก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะค่ะ หานมอุ่นๆหรือของว่างทานสักนิดนึง ใส่ใจในสุขภาพหน่อยนะค่ะ เพราะเดี๋ยวน้องๆอาจป่วยได้ แล้วเป็นงัยน่ะ ไปสอบไม่ได้ แย่เลยน่ะเจ้าค่ะ สำคัญเลย ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันแล้วจริงๆ แต่ร่างกายเราไม่ไหวแล้ว อย่าฝืนนะค่ะ ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น รีบเตรียมตัวเข้านอนกันดีกว่าค่ะ ตื่นเช้ามาจะได้สดชื่น แถมถ้าเราตื่นเร็ว ก็จะมีเวลาอีกนิดในการทบทวนก่อนเข้าห้องสอบนะค่ะน้องๆ

จากพี่ นางฟ้าซาตาน

5 เคล็ดลับการอ่านหนังสือสอบ


วิธีอ่านหนังสือ  แบบว่าอยากสอบผ่าน….

1. คนที่อ่านหนังสือคนเดียวมักจะเสียเปรียบ คนที่อ่านเป็นกลุ่มมักจะได้เปรียบ เนื่องจากอ่านคนเดียวอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน หรืออ่านไม่ตรงจุด หรือ(บางคน)อาจอ่านไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านเป็นกลุ่มโอกาสอ่านผิดจุดจะยากขึ้น และยังพอช่วยกันฉุดได้

** แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับคนชอบแชตนะค่ะ อิอิ

2. ควรอ่านเองที่บ้านก่อน 1 รอบ และจับกลุ่มติว เสร็จแล้วกลับไปอ่านทบทวนเองที่บ้านอีก 1 รอบ (ต้องรับผิดชอบตัวเอง)

3. ผลัดกันติว ใครเข้าใจเรื่องใดมากที่สุดก็ให้เป็นผู้ติว ข้อสำคัญ อย่าคิดแต่จะเป็นผู้รับอย่างเดียว จงคิดว่าเป็นผู้ให้ก่อน แล้วคนอื่น (ถ้าไม่แล้งน้ำใจเกินไป) ก็จะให้ตอบเอง

4. ผู้ติวจะได้ทบทวนเนื้อหา และจะรู้ว่าตัวเองขาดอะไร บกพร่องอะไร จากคำถามของเพื่อนที่สงสัย บางครั้งเพื่อนก็สามารถเสริมเติมเต็มในบางจุดที่ผู้ติวขาดหายได้

5. การติวจะทำให้เกิดการ Share ความคิด และฝึกวิธีทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยพัฒนาทั้งด้าน IQ และ EQ (อ่านเองจะพัฒนาแต่ IQ)

เป็นยังไงบ้างคะ กับวิธีอ่านหนังสือที่เน้นการจับกลุ่มซะหน่อยนึง  แต่ลองทำดูสิ  อาจจะได้ผลนะ

10 เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือสอบ


10 เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือสอบ

 

 

 

 

 

 

1. ปิด ทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต mp3 มีสติอยู่กับหนังสือ
2. นั่งสมาธิสัก 5 นาที
3. อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุป โดยไม่เปิดหนังสือ
4. เช็คคำตอบ
5. อ่านอีกหนึ่งรอบ
6. สรุปใหม่ เปิดหนังสือได้เอาไว้อ่าน
7. ถ้าทำเป็น Mind Mapping จะอ่านง่ายขึ้น
8. มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
9. ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 2 ครั้ง/คาบ
10. ก่อนวันสอบ ห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเที่ยงคืน เพราะสมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

มากรองข้อมูลให้ดูสะดวกด้วย Excel


 การจัดเก็บข้อมูลในตาราง Excel นั้นมักจัดเก็บเป็นแถวและคอลัมน์ซึ่งมักจะเก็บข้อมูลในลักษณะเดียวกันในคอลัมน์เดียวกัน เช่นยี่ห้อของเฟลชไดรฟ์ ก็จะประกอบไปด้วย Kingston, Apacer, Sandisk เป็นต้น ส่วนความจุก็จะแบ่งออกเป้น 2GB, 4GB, 8GB และอื่นๆ อีก ซึ่งหากข้อมูลที่จัดเก็บมีชุดข้อมูลจำนวนมาก การเรียกดูก็ค้องต้องเลื่อนหน้าเอกสารไล่ดูข้อมูลที่ต้องการอย่างยากลำบาก ซึ่งในกรณีที่ต้องการเลือกดูเฉพาะเฟลชไดร์ฟที่มีขนาด 2GB และ 4 GB เท่านั้น ก็ต้องคัดลอกเฉพาะแถวที่มีความจุที่ต้องการแล้วไปสร้างอีกชีทหนึ่ง ดังนั้นจึงอยากแนะนำเทคนิคให้การเรียกดูข้อมูลที่ทำได้สะดวกรวดเร็วและหาข้อมูลได้ตรงความต้องการได้มากที่สุด โดยใช้ Filter ใน Excel หรือการกรองข้อมูลนั้นเอง

1. ให้เปิดหรือเอกสารที่มีการแบ่งประเภทของข้อมูลเอาไว้แล้ว
2.และอย่าลืมว่าต้องมีหัวข้อของคอมลัมน์นั้นอยู่ในแถวแรกด้วย ในที่นี้คือ รหัส / ยี่ห้อ / ความจุ / ราคา

1.คลิ้กที่ช่องแรกที่เป็นหัวข้อ
2.จากนั้นคลิ้กเลือกไปที่เมนู Data
3.จากนั้นคลิ้กเลือกที่ Filter
4.แล้วภายในเซลหัวข้อในแถวแรกก็จะมีปุ่มรายการปรากฏขึ้นมาต่อถ้ายช่อง ให้คลิ้กที่ปุ่มนี้
5.จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมา คุณสามารถสามารถกรองข้อมูลที่ต้องการเรียกดูได้ โดยในตัวอย่างคลิ้กปุ่มรายการเมนูในหัวข้อ ความจุ โดยเลือกกรองความจุของเฟรชไดร์ฟ ที่มีขนาด 2GB และ 4GB เท่านั้น
6.จากนั้นกดปุ่ม OK

ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะแสดงรายการเฟลชไดร์ที่มีความจุ 2GB และ 4GB ของทกยี่ห้อปรากฏขึ้นมา ทำให้การเปรียบเทียบข้อมูลนั้นทำได้ง่ายขึ้น                ซึ่งสามารกรองในหัวข้ออื่นให้ละเอียดยิ่งขึ้นไปอีกก็ได้

—– ในกรณีที่ต้องการหาซื้อเฟลชไดร์ฟที่มีราคาไม่เกิน 300 บาทก็เพียงแค่กรองที่ราคาโดยตั้งค่าไว้ว่าโดยกรองเฉพาะราคาที่น้อยกว่า 301 บาท เพียงเท่านีั้ก็จะแสดงรายการเฟลชไดร์ทุกรุ่นทุกความจุที่มีราคาไม่เกิน 300 บาทปรากฏขึ้นมา ต่อไปนี้เวลาต้องการเรียกดูข้อมูลก็ลองใช้วิธีการกรองแบบนี้ รับรองว่าทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

เครดิต : http://ezoffice.wordpress.com

ปัญหาเด็กติดเกมส์ ปัญหาที่ต้องใส่ใจและแก้ไข


เกมส์ออนไลน์ที่เล่นในคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้ ได้รับการพัฒนารูปแบบการเล่นเกมส์ให้ก้าวหน้าไปมาก จากเกมส์ 2 มิติ เป็น 3 มิติ จนมีลักษณะเป็นเกมส์เสมือนจริง ถ้าเนื้อหาของเกมส์เป็นแบบการ์ตูน มีความน่ารัก อบอุ่น ก็ไม่แปลกที่เด็กจะเล่นเกมส์นั้น แต่ส่วนมากเกมส์เสมือนจริงเหล่านี้มักจะมีเนื้อหาที่รุนแรง เกี่ยวกับการใช้อาวุธนานาชนิดที่สร้างสรรค์ออกมาเพื่อตามล่าฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเป็นเอาตายและเด็กที่เล่นเกมส์ก็จริงจังกับเกมส์มากจนน่าเป็นห่วง ยิ่งเกมส์ไหนพัฒนารูปแบบและเนื้อหาได้ดุเดือด โหดร้ายประเภทเลือดท่วมจอ สมจริงสมจังได้มากแค่ไหน

เด็กที่เล่นเกมส์ก็จะรู้สึกว่าเกมส์นั้นมีเสน่ห์น่าสนใจที่จะเล่นเกมส์นั้นและจะเล่นเกมส์ต่อเนื่องจนกลายเป็น ปัญหาเด็กติดเกมส์.

ปัญหาเด็กติดเกมส์มีสาเหตุสำคัญมาจากการที่พ่อแม่-ผู้ปกครอง ไม่มีเวลาให้กับเด็ก จะเห็นได้ว่า เด็กที่ติดเกมส์ส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีฐานะดี ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเด็กติดเกมส์เหล่านี้ก็คือ พ่อแม่-ผู้ปกครอง ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเด็ก เด็กจึงหันหน้าไปพึ่งพาเกมส์เป็นที่พึ่งทางใจ ใช้เกมส์ฆ่าเวลาและสนองความต้องการในส่วนลึกของตัวเด็ก ยิ่งเด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ถ้าทางบ้านไม่ให้เวลาและความอบอุ่นอย่างเพียงพอ เด็กจะหันไปเชื่อเพื่อนในกลุ่ม ทำให้ปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไขหรือทราบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะกลับกลายเป็นปัญหาที่หนักยิ่งขึ้นหากได้รับการแก้ไขไม่ทันเวลา

อาการเด็กติดเกมส์ที่พอจะสังเกตได้คือ เด็กจะเสียเวลากับการเล่นเกมส์เป็นส่วนมากโดยในมุมมองของตัวเด็กเองจะไม่คิดว่าเป็นการเสียเวลาแต่เป็นสิ่งที่เด็กทำแล้วเพลิดเพลินมีความสุขเหมือนเป็นการผ่อนคลายความเครียด เด็กจะคอยหาเวลาเข้าหาเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ยอมอดข้าวเพื่อเอาเงินไปเล่นเกมส์ ผลการเรียนแย่ลง เกรดลดลง ไม่มีความรับผิดชอบในงานต่าง ๆที่ได้รับมอบหมาย เด็กติดเกมส์มักจะพูดน้อยลง ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพื่อเล่นเกมส์ หนังสือที่อ่านจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับเกมส์ที่สนใจ เด็กติดเกมส์จะฉุนเฉียวง่ายเมื่อถูกจำกัดเวลาเล่นเกมส์ อาการเด็กติดเกมส์เหล่านี้เป็นอาการที่สังเกตได้ง่ายถ้าพ่อแม่-ผู้ปกครองมีความใส่ใจในตัวเด็ก

ปัญหาเด็กติดเกมส์ สามารถแก้ไขได้ แต่จะได้ผลเพียงใดขึ้นอยู่กับตัวพ่อแม่-ผู้ปกครอง ว่าจะเข้าใจการนำแนวทางการแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมส์ไปใช้ได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ “เวลา”คือสิ่งสำคัญที่พ่อแม่-ผู้ปกครองควรให้แก่เด็ก ความอบอุ่นที่เด็กได้รับ การมีเวลาให้เด็กได้พูดคุยเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เด็กพบเห็นในชีวิตประจำวัน เมื่อเด็กมีข้อสงสัยต้องการปรึกษากับพ่อแม่-ผู้ปกครอง ความทำได้ตลอดเวลาหรืออย่างน้อยที่สุด ในหนึ่งอาทิตย์ควรจะกำหนดให้วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวสักวันหนึ่งก็ยังดี ร้านเกมส์ที่เด็ก ๆ ไปเล่น พ่อแม่-ผู้ปกครองควรจะรู้จักและได้พูดคุยกับเจ้าของร้านเกมส์เพื่อหาข้อมูลและหาทางป้องกันปัญหาเด็กติดเกมส์ได้ในระดับหนึ่ง
เด็กติดเกมส์ส่วนมากจะเก็บตัวไม่ชอบออกกำลังกาย พ่อแม่-ผู้ปกครองควรหาทางเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กด้วยการให้เด็กได้ทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ชอบบ้าง(นอกจากเล่นเกมส์) เช่น เล่นดนตรี ตกปลา เข้าทำกิจกรรมกลุ่มต่าง ๆ หรือส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา จะทำให้เด็กได้ระบายอารมณ์ออกมา ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายไม่หมกมุ่นอยู่กับเกมส์มากเกินไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์ คือการที่พ่อแม่-ผู้ปกครอง ต้องรู้จักวิเคราะห์ เด็กของท่านได้ คุยกับเด็กด้วยความเข้าใจ สอนเด็กให้รู้จักคิดด้วยตัวเองและก่อนจะคุยกับเด็กควรใส่ความเป็นเด็กเข้าไปในตัวคุณเสียก่อน ข้อนี้สำคัญที่สุด.

เครดิต : เว็บไซต์แนะแนวชีวิตและสังคม สพฐ.

%d bloggers like this: